วันศุกร์ที่ 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2563

บันทึกการเรียนครั้งที่15




บันทึกการเรียนครั้งที่15
วันศุกร์ ที่ 24 เมษายน พ.ศ.2563
เวลาเรียน 13:30-16:30น.


วันนี้เป็นการเรียนการสอนครั้งสุดท้ายของวิชาการสังเกตพฤติกรรมเด็กปฐมวัย
อาจารย์บอกรายละเอียดของงานและบอกกำหนดส่งงานต่างๆ

การประเมิน
ประเมินอาจารย์: อาจารย์สอนได้ละเอียดและเข้าใจง่าย
ประเมินเพื่อน: เพื่อนๆทุกคนตั้งใจเรียนรายวิชานี้
ประเมินตนเอง: ตั้งใจฟังอาจารย์สอนและเข้าใจง่าย




บันทึกการเรียนครั้งที่14



บันทึกการเรียนครั้งที่14
วันศุกร์ ที่ 17 เมษายน พ.ศ.2563
เวลาเรียน 13:30-16:30น.



อาจารย์ให้ส่งแบบสังเกตพฤติกรรมคนละ 1 แผ่น และได้สุ่มของเพื่อน 5 คน อธิบายให้ฟัง

การประเมิน
ประเมินอาจารย์: อาจารยืตั้งใจอธิบายและเข้าใจง่าย
ประเมินเพื่อน: เพื่อนๆตั้งใจฟังอจารย์อธิบาย
ประเมินตนเอง: ตั้งใจฟังอาจารย์อธิบาย


บันทึกการเรียนครั้งที่13

บันทึกการเรียนครั้งที่13
วันศุกร์ ที่ 10 เมษายน พ.ศ.2563
เวลาเรียน13:30-16:30น.


อาจารย์อธิบายเกี่ยวกับวิธีการสังเกตพฤติกรรมแบบต่างๆและเปิดโอกาสให้นักศึกษาถามรายเอียดในส่วนที่ไม่เข้าใจ

การประเมิน
ประเมินอาจารย์: อาจารย์ตั้งใจอธิบายรายละเอียดต่างๆ
ประเมินเพื่อน: เพื่อนๆตั้งใจฟังอาจารย์อธิบาย
ประเมินตนเอง: ตั้งใจฟังอาจารย์อธิบาย


บันทึกการเรียนครั้งที่12




บันทึกการเรียนครั้งที่12
วันศุกร์ ที่ 3 เมษายน พ.ศ.2563
เวลาเรียน 13:30-16:30น.


การเรียนออนไลน์ครั้งที่3


อธิบายเกี่ยวกับการสร้างแบบสังเกตพฤติกรรม และชี้แจงรายละเอียดของงานที่มอบหมายให้ไปทำ







บันทึกการเรียนครั้งที่11




บันทึกการเรียนครั้งที่ 11
วันศุกร์ที่ 27 มีนาคมพ.ศ 2563
เวลาเรียน 13:30-16:30 น.

การเรียนออนไลน์ครั้งที่2



ปัญหาพัฒนาการและพฤติกรรมของเด็กปฐมวัย

ปัจจัยที่มีผลต่อพฤติกรรม
เด็ก สภาพแวดล้อม พฤติกรรมที่แสดงออก โรงเรียน เด็ก บ้าน

ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการเลี้ยงดูเด็ก
-พ่อแม่
-ภูมิหลังของพ่อแม่
-จิตวิทยาการเลี้ยงดู
-ความรู้เกี่ยวกับวิธีการดูแล
-เด็ก
-เด็กการเลี้ยงดูเด็กที่ผิดปกติ
-ความผูกพันและวิธีการเลี้ยงดู

หลักการสังเกตว่าพฤติกรรมใดเป็นปัญหา
-อายุและเกณฑ์ปกติของการพัฒนาการ
-ชนิดของพฤติกรรม
-ความบ่อยหรือความถี่ของพฤติกรรม
-ความรุนแรงที่แสดงออก
-ขีดความอดทนของพ่อแม่ครูผู้ดูแลเด็ก

พฤติกรรมที่เป็นปัญหา
-การร้องกลั้นหายใจ
-การร้องอาละวาด
-การดูดนิ้ว
-เด็กขี้อาย
-เด็กขี้อิจฉา
-เด็กพูดปด
-เด็กเล่นอวัยวะเพศ
-เด็กดื้อ
-คำหยาบ
-เด็กก้าวร้าว
-ปัญหาการกินในเด็ก เด็กเบื่ออาหาร
-ปัญหาการนอนในเด็ก

ปัญหาพัฒนาการเด็กที่พบบ่อย
เด็กพูดช้า

การประเมิน
ประเมินอาจารย์:อาจารย์ตั้งใจสอและอธิบายรายละเอียด
ประเมินเพื่อน: เพื่อนตั้งใจฟังอาจารย์สอน
ประเมินตนเอง: ตั้งใจฟังอาจารย์สน



บันทึกการเรียนครั้งที่10




บันทึกการเรียนครั้งที่ 10
วันศุกร์ที่ 20 มีนาคมพ.ศ 2563
เวลาเรียน 13:30 นถึง 16.30 น



เป็นการเรียนออนไลน์วอลเลย์อาจารย์ชิตชื่อและหน้าที่รายละเอียดต่างๆและพาไปสังเกตพฤติกรรมของเด็กๆและอาจารย์ได้มอบหมายให้ไปดูคลิปที่อาจารย์พจน์ให้แล้วสังเกตพฤติกรรมของเด็กในคลิปนั้น


เด็กได้สังเกตและเลียนแบบพฤติกรรมจากตุ๊กตาที่อยู่ตรงหน้า เมื่อเด็กเห็นตุ๊กตาหมุนเด็กจะหมุนตามตุ๊กตาพร้อมทำเสียง ตุ๊กตาหยุดหมุนเด็กก็จะหยุดตาม ตรงกับทฤษฎีของแบนดูรา ที่เชื่อว่าการเรียนรู้ส่วนใหญ่มาจากการสังเกตและการเลียนแบบจากสิ่งแวดล้อมรอบตัว เด็กจึงมีการจดจำและเลียนแบบพฤติกรรม
การประเมิน
ประเมินอาจารย์: อาจารย์ตั้งแต่อธิบายรายละเอียดต่างๆให้นักศึกษาฟัง
ประเมินเพื่อน: เพื่อนๆตั้งใจสังเกตพฤติกรรมของเด็กและพูดคุยกับอาจารย์
ประเมินตนเอง: ตั้งใจทำกิจกรรมของเด็กๆ


บันทึกการเรียนครั้งที่9



บันทึกการเรียนครั้งที่9
วันศุกร์ ที่ 13 มีนาคม พ.ศ.2563
เวลาเรียน 13:30-16:30น.



นำเสนองานวิจัย

านวิจัยเรื่อง ผลการจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัยที่มีต่อมนุษยสัมพันธ์ของเด็กปฐมวัย

  การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาระดับและเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการ
มีมนุษยสัมพันธ์ของเด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัยก่อนทดลอง ระหว่างทดลอง
และหลังทดลอง กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นเด็กปฐมวัยชาย-หญิง อายุ5- 6ปี ที่กำลัง
ศึกษาอยู่ในระดับชั้นปฐมวัยปีที่ 21 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 โรงเรียนสาธิตปฐมวัย
มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา เป็นการเลือกแบบเจาะจงจำนวน 1ห้องเรียน จำนวน 22 คน โดยได้รับการจัดการเรียนรู้แบบเด็กนักวิจัย ใช้เวลาในการทดลอง 8 สัปดาห์สัปดาห์ละ 4 วัน วันละ 45 นาที่รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 32 ครั้ง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาคันคว้าครั้งนี้เป็นแผนการจัดการรียนรู้แบบเด็กนักวิจัยและแบบสังเกตพฤติกรรมการมีมนุษยสัมพันธ์ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องของทุกพฤติกรรม เ0ได้ค่ 100 และมีคำความเชื่อมั่นทำกับ 097 การวิจัยครั้งนี้ใช้แผนการทดลองแบบ One - Group Time - Series สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำและการวิเคราะห์ขนาดส่งผล


ผลการวิจัยพบว่า 

1) ระดับพฤติกรรมโดยรวมและรายด้าน คือ ด้านการร่วมมือ ด้านการ
ทำงานกลุ่ม ด้านการช่วยเหลือ และ ด้นการแบ่งปัน ก่อนและระหว่างการทดลอง ส่วนใหญ่เด็กแสดง
พฤติกรรมการมีมนุษยสัมพันธ์ด้วยตนเองบางครั้ง แต่หลังการทดลองส่วนใหญ่เด็กแสดงพฤติกรรมการ
มีมนุษยสัมพันธ์ด้วยตนเองทุกครั้ง 
2) ผลการเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมโดยรวม
ก่อน ระหว่าง และหลังการทดลอง มีค่าเปลี่ยนแปลงเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ P<.05
การทดลองครั้งนี้ส่งผลต่อพฤติกรรมโดยรวมอยู่ในระดับร้อยละ 6 ส่วนพฤติกรรมรายด้านทุกด้านก่อน
ระหว่าง และหลังการทดลอง มีค่าเปลี่ยนแปลงเฉลี่ยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ P<.05 การ
ทดลองครั้งนีสงผลต่อพฤติกรมรายด้นอยู่ในระดับร้อยละ 58,78,84 และ 80 ตามลำดับ


งานวิจัยเรื่อง การศึกษาพฤติกรรมความสุขของเด็กปฐมวัยโดยใช้กิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต

  การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงทดลองที่มีจุดประสงค์เพื่อศึกพาพฤติกรรมความสุขของเด็ก
ปฐมวัยก่อนและหลังการใช้กิจกรรมคุณค่าเพื่อชีวิต โดยรวมและจำแนกเป็นรายด้าน คือ คนสนุกสนาน
กับประสบการณ์แห่งความสุข ด้านเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับความสุขและนเสริมสร้งทักพะทางสังคม
สำหรับความสัมพันธ์ที่มีความสุข
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ ได้แก่ นักเรียชายหญิง อายุระหว่าง 5-6ปี กำลังศึกษา
อยู่ชั้นอนุบาลปีที่2 ภาคเรียนที่ 2ปีการศึกมา 2549 โรงเรียนวัดอ่างแก้ว (จีบ ปานขำ)แขวงบางหว้า
เขตภาษีเจริญ กรุงทพมหานคร สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร ซึ่งได้มาโดยวิธีสุ่มแบบกลุ่ม
(Cluster Random Sampling) มา 1 ห้องเรียน จากจำนวน 4 ห้องเรืยน และสุ่มอย่างง่าย (Simple Random
Sampling) โดยทำการจับฉลากนักเรียนห้องที่สุ่มได้เพื่อจัดป็นกลุ่มตัวอย่งจำนวน 1รคน โดยกลุ่ม
ตัวอย่างได้รับการจัดกิจกรรมคุณค่พื่อชีวิตป็นระยะเวลาร ส้ปดห์ สัปดาห์ละ 3วัน วันละ 40 นาที่
ครื่องมือที่ชไนการวิจัยรั้นี้คือแบบสังเกตพฤติกรรมควมสุขของเด็กปฐมวัย กิจกรรม
คุณค่าเพื่อชีวิต วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ t-test แบบ Dependent Samples

ผลการศึกพาพบว่า
1. เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดกิจกรรมคุณค่าพื่อชีวิตมีพฤติกรรมความสุขโดยรวมหลังการ
ทดลองสูงกว่าก่อนการทดลองอย่างมีนัยสำคัญทางสถิดิที่ระดับ 0.5
2. เด็กปฐมวัยที่ได้รับการจัดคิงกรรมคุณค่าเพื่อชีวิตมีพฤติกรรมความสุขคนสนุกสนาน
กับประสบการณ์แห่งความสุขด้านเพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับความสุขและด้านเสริมสร้างทักษะทางสังคม
สำหรับความสัมพันธ์ที่มีความสุข เพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่
ระดับ .05


งานวิจัยเรื่อง การสำรวจพฤติกรรมก้าวร้าวและการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็กปฐมวัย
โดยผู้ดูแลของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น

  การวิจัยครั้งนี้เป็นการศึกพาเชิงพรรถนา เพื่อศึกษาพฤติกรรมก้าวร้าวและการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็กปฐมวัยอายุ 2-5 ปี โดยผู้ดูแลเด็กของศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดสุราษฎร์ธานึ กลุ่มตัวอย่างเลือกแบบเฉพาะเจาะจงโดยใช้วิธีการสุ่มแบบหลายขั้นตอน จำนวน 237คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถามข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ดูแล แบบสอบถามพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็กปฐมวัย และแบบสอบถามการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวในเต็กปฐมวัย ตรวจสอบความตรงด้านเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และหาค่าความเที่ยงจากความสอดคล้องภายในของเบบสอบถามการพบเห็นพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็กปฐมวัย และแบบสอบถามการจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็กปฐมวัยได้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟาของครอนบาตเท่ากับ 093และ 0.73 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยการแจกแจงความถี่ ร้อละ ค่ามาตรฐาน ค่าพิสัยระหว่าง ควอร์ไทล์

ผลการวิจัยพบว่า
1.การพบเห็นพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็กปฐมวัยโดยผู้ดูแลของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กโดยรวมอยู่ในระดับน้อย (คะแนน 0-90: Mส= 16, OR - 170) โดยพบเพื่อนพฤติกรรมก้าวร้าวรายด้านทางกายและทางวาจาอยู่ในระดับน้อย(คะแนน 0-6 M- 1, 1OR - 110 และ คะแนน 0-30: Md-6, 0R -60ตามลำดับ) เมื่อวิเคราะห์
การพบห็นพฤติกรรมก้าวร้าวทางกายด้านย่อยพบว่าทุกด้านอยู่ในระดับน้อย ได้แก่ ด้านทำร้ายตนเอง (คะแนน 0 8 Md= 1, OR- 30) ทำร้ายผู้อื่น (คะแนน 027: M=7, QR -60) และทำลายสิ่งของ (คะแนน 0-15; Md = 3, IOR - 4.0)
2. การจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวในด็กปฐมวัยโดยผู้ดูแลของศูนย์พัฒนาด็กเล็กพบว่า
2.1 การจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวด้านการปลูกฝังพฤติกรรมที่เหมาะสม
2.2 การจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวด้านการยับยั้งเมื่อมีข้อบ่งชี้ของพฤติกรรมก้าวร้าวอยู่ในระดับมาก (คะแนน 4-12: Md= 11, 1QR =3.0)
2.3 การจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวด้านการยุติพฤติกรรมก้าวร้าวอยู่ในระดับป่านกลาง (คะแนน 5-15; Md= 10,IOR = 2.0)

ผลการศึกษาครั้งนี้เป็นข้อมูลพื้นฐานให้ผู้ดูแลจัดการพฤติกรรมก้าวร้าวในเด็กปฐมวัย อีกทั้งเป็นข้อมูลสำคัญให้ผู้บริหารวางแผนจัดอบรมผู้ดูแลให้ตระหนักถึงการจัดการ
พฤดิกรรมก้าวร้าวในเด็กปฐมวัยที่ถูกต้องเหมาะสม ส่งผลให้เด็กปฐมวัยที่มีพฤติกรรมก้าวร้าวได้รับ
การจัดการที่เหมาะสมต่อไป


งานวิจัยเรื่อง ผลการเล่นตามมุมประสบการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติที่มีต่อ
พฤติกรรมอิทธิบาท 4 ของเด็กปฐมวัย

  การวิจัยครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อศึกษาพฤติกรรมอิทธิบาท 4 ของเด็กปฐมวัยก่อนและ
หลังได้รับการจัดกิจกรรมการเล่นตามมุมประสบการณ์ด้วยสื่อธรรมชาติ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ใน
การวิจัยนี้คือ เด็กปฐมวัยชายและหญิงที่มีอายุระหว่าง 5 - 6 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่ 2
ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 โรงเรียนวัดดอนเมือง (ทหารอากาศอุทิศ) แขวงดอนเมือง เขดดอน
เมือง กรุงเทพมหานคร สังกัดสำนักการศึกษา กรุงเทพมหานคร จำนวน 20 คน ซึ่งได้มาด้วยการสุ่ม
กลุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน กลุ่มตัวอย่างได้รับการจัดกิจกรรมการเล่นตามมุมประสบการณ์ด้วยสื่อ
ธรรมชาติ โดยผู้วิจัยเป็นผู้ดำเนินการทดลองด้วยตนอง ทำการทดลองเป็นเวลา 8 สัปดาห์ๆ ละ 3 วันๆ
ละ 40 นาที่ ทำการทดลองทั้งสิ้น 24 ครั้ง
เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้คือ แผนการจัดกิจกรรมการเล่นตามมุมประสบการณ์ด้วยสื่อ
ธรรมชาติที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นและแบบสังเกตพฤติกรรมอิทธิบาท 4 แบบแผนการวิจัยเป็นการวิจัยกึ่งทดลอง
ซึ่งผู้วิจัยได้ดำเนินการทดลองการวิจัยแบบ One Group Prelest -Posttest Design และทดสอบความแตกต่างของตัวแปรโดยใช้การทดสอบ t - test สำหรับ Dependent Samples

ผลการวิจัยพบว่า 
หลังจากได้รับการจัดกิจกรรมการเล่นตามมุมประสบการณ์เด็กปฐมวัยมีพฤติกรรมอิทธิบาท 4 มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01




การประเมิน
ประเมินอาจารย์: อาจารย์อธิบายเพิ่มเติมจากที่นักศึกษานำเสนอ
ประเมินเพื่อน: เพื่อนๆก็ตั้งใจฟังบ้างบางครั้ง
ประเมินตนเอง: ตั้งใจฟังเพื่อนนำเสนอและเสนอมีติดขัดบ้าง



บันทึกการเรียนครั้งที่8



บันทึกการเรียนครั้งที่ 8
วันศุกร์ที่ 6 มีนาคมพ.ศ 2563
เวลาเรียน 13:30 - 16:30 น.

สอบกลางภาค


บันทึกการเรียนครั้งที่7




บันทึกการเรียนครั้งที่ 7
วันศุกร์ที่ 21 กุมภาพันธ์พ.ศ 2563
เวลาเรียน 13:30 - 16:30 น.

อาจารย์ได้มอบหมายงานให้นักศึกษาทำงานวิจัยที่เกี่ยวกับการศึกษาพฤติกรรม
อาจารย์ให้สรุปงานวิจัยตามหัวข้อตามที่อาจารย์ให้มาเพื่อนำเสนอในสัปดาห์หลังสอบกลางภาค



บันทึกการเรียนครั้ง6



บันทึกการเรียนครั้งที่6
วันศุกร์ ที่14 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2563
เวลาเรียน 13:30-16:30น.

นำเสนอบทความและสรุปบทความ












บันทึกการเรียนครั้งที่5






บันทึกการเรียนครั้งที่5
วันศุกร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563
เวลาเรียน 13:30 -16:00 น.





วิธีการศึกษาพฤติกรรมของเด็ก
วิธีการศึกษาพฤติกรรมของเด็ก คือวิธีการที่ถูกนำมาใช้ในการแสวงหาความรู้ต่างๆเกี่ยวกับพฤติกรรมจะนำวิธีทางวิทยาศาสตร์มาใช้ในการแสวงหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน คือ กำหนดปัญหา ตั้งสมมติฐาน รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และสรุปผล

วิธีการศึกษาพฤติกรรม
1.การทดลอง
2.การสำรวจ
3.วิธีการตรวจสอบสิทธิ์ตนเอง
4.วิธีทางคลินิก
5.การสังเกตอย่างมีระบบ
6.การใช้แบบสอบถาม
7.การทดสอบทางจิตวิทยา

เครื่องมือที่ใช้ในสังเกต
1.การบันทึกระเบียนพฤติการณ์
2.การบันทึกต่อเนื่อง
3.การบันทึกแบบสุ่มเวลา
4.การบันทึกส่วนเหตุการณ์
5.แบบตรวจสอบรายการ
6.แบบประเมินค่าหรือมาตราประเมินค่า

เทคนิคการสังเกตพฤติกรรม
1.องค์ประกอบของการบันทึกการสังเกตพฤติกรรมเด็ก
2.หลักการบันทึกการสังเกตพฤติกรรมเด็กอย่างเป็นระบบ
ขั้นตอนการบันทึกพฤติกรรม
-ขั้นตอนแรก เป็นการบันทึกเหตุการณ์หรือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง
-ขั้นที่สอง เป็นการบันทึกความรู้สึกและความคิดเห็นส่วนตน
-ขั้นตอนสุดท้ายเป็นการตีความและแปลความหมายรวมถึงการสรุปพฤติกรรมการเรียนรู้ของเด็ก

ข้อควรคำนึงในการบันทึกพฤติกรรม
การบันทึกการสังเกตการรายงานการบันทึกการสังเกตการบันทึกการสังเกตควรแยกการตีความและแปลความหมาย

การประเมิน
ประเมินอาจารย์: อาจารย์ตั้งใจสอนและอธิบายได้อย่างละเอียด
ประเมินเพื่อน: เพื่อนๆตั้งใจฟังที่อาจารย์สอนและให้ความร่วมมือในการเรียน
ประเมินตนเอง: ใจฟังอาจารย์สอนและให้ความร่วมมือในการเรียน



บันทึกการเรียนครั้งที่4





บันทึกการเรียนครั้งที่ 4
วันศุกร์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2563
เวลาเรียน 13:30 -16:30 น.



สมรรถนะทั้ง 7 ด้านของเด็กปฐมวัย

ความหมาย
สมรรถนะ คือพฤติกรรมที่บ่งชี้ของแต่ละวัยช่วงอายุว่าสามารถทำอะไรได้บ้าง

สมรรถนะ 7 ด้านประกอบด้วย
1.การเคลื่อนไหวและสุขภาพทางกาย
2.พัฒนาการด้านสังคม
3.พัฒนาการด้านอารมณ์
4.พัฒนาการด้านการคิดและสติปัญญา
5.พัฒนาการด้านภาษา
6.พัฒนาการด้านจริยธรรม
7.พัฒนาการด้านการสร้างสรรค์

ตัวอย่างการเคลื่อนไหวและการทรงตัว
-3 ปีวิ่งและหยุดเองได้
-4 ปีเดินต่อเท้าไปข้างหน้าโดยกางแขน
-5 ปีเดินต่อไปข้างหลังโดยไม่กางแขน

ตัวอย่างการมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อน
-3 ปีพูดคุยเล่นกับเพื่อนเด็กด้วยกัน
-4 ปีช่วยเหลือเพื่อน
-5ปีชวนเพื่อนมาเล่นด้วยกันโดยกำหนดสถานที่



การประเมิน
ประเมินอาจารย์: อาจารย์ตั้งใจสอและอธิบายรายละเอียดของงานที่มอบหมาย
ประเมินเพื่อน: เพื่อนๆตั้งใจฟังอาจารย์สอนและให้ความร่วมมือในการเรียน
ประเมินตนเอง: ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอนและให้ความร่วมมือในการเรียน



บันทึกการเรียนครั้งที่3



บันทึกการเรียนครั้งที่ 3
วันศุกร์ที่ 24 มกราคมพ.ศ 2563
เวลาเรียน 13:30 -16:30 น.


พัฒนาการเด็กปฐมวัย
ความสำคัญ
1.พัฒนาการผิดปกติ
-ถ้าพบเร็วสามารถแก้ไขรักษาได้เร็วกลับมามีพัฒนาการปกติ
-ลายที่แก้ไขไม่ได้หาหนทางให้มีพัฒนาการใกล้เคียงปกติมากที่สุด
2.พัฒนาการปกติ
-ส่งเสริมให้มีพัฒนาการได้เต็มที่



การประเมิน
ประเมินอาจารย์: อาจารย์ตั้งใจสนและอธิบายได้อย่างละเอียด
ประเมินเพื่อน: เพื่อนๆตั้งใจฟังอาจารย์
ประเมินตนเอง: ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน




บันทึกการเรียนครั้งที่2




บันทึกการเรียนครั้งที่ 2
วันศุกร์ที่ 17 มกราคมพ.ศ 2563
เวลาเรียน 13:30 -16:30 น.




ความหมายของพฤติกรรม
พฤติกรรม หมายถึงการกระทำหรืออาการที่แสดงออกทางกล้ามเนื้อ ความคิด และความรู้สึกเพื่อตอบสนอง สิ่งเร้า
พฤติกรรมมีความหมายใน 2 แง่
1.การกระทำต่างๆซึ่งสิ่งมีชีวิตจะทำขึ้นและผู้อื่นสังเกตได้จากการกระทำนั้น เช่น หัวเราะ ร้องไห้
2.กระบวนการต่างๆที่ควรปฏิบัติต่อสภาพแวดล้อมของบุคคลเหล่านั้นโดยมีวัตถุประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง และอยู่ภายใต้ความรู้สึกนึกคิด

สิ่งที่กำหนดพฤติกรรม
1.กรรมพันธุ์-ปัจจัยด้านตัวบุคคล
-อิทธิพลของบุคลิกภาพ
-อิทธิพลทางสังคม
-อิทธิพลทางวัฒนธรรม

2.สิ่งแวดล้อม
-การส่งเสริมการขัดเกลาจากสิ่งแวดล้อม
-คุณสมบัติจากสภาพแวดล้อม
-ตำแหน่งที่ตั้งของสภาพแวดล้อม

กระบวนการเกิดพฤติกรรม
-กระบวนการรับรู้ เนื่องจากการได้รับข่าวสาร
-กระบวนการคิด เข้าใจ
-กระบวนการแสดงออก การลองทำ การลองผิดลองถูก การเลียนแบบ

ประเภทของพฤติกรรม
1.พฤติกรรมภายนอก
พฤติกรรมภายนอก คือ การกระทำในปฏิกิริยาทางร่างกาย ที่ทั้งเจ้าตัวและบุคคลอื่นสามารถสังเกตผ่านอวัยวะรับสัมผัส/ประสาท สัมผัส(ตา หู จมูก ลิ้น หรือผิวหนัง) หรือใช้เครื่องมือวิทยาศาสตร์ช่วยสังเกต

2.พฤติกรรมภายใน
พฤติกรรมภายใน คือ กระบวนการที่เกิดขึ้นในตัวบุคคลจะดูรู้สึกตัวหรือไม่รู้สึกตัวก็ตาม เป็นกระบวนการที่ไม่สามารถสังเกตได้และไม่สามารถใช้เครื่องมือวัดได้โดยตรง หากเจ้าของพฤติกรรมไม่บอก(บอกกล่าวเขียน หรือแสดงท่าทาง)ได้แก่ ความคิด อารมณ์ ความรู้สึก ความจำ การรับรู้ ความฝั นรวมถึงการรับสัมผัสต่างๆ เช่น การได้ยิน การได้กลิ่น ความรู้สึกทางผิวหนัง เป็นต้น

จุดมุ่งหมายของการสังเกตพฤติกรรม
1.เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับพฤติกรรมของเด็ก
2.เพื่อประเมินการพัฒนาการของเด็ก
3.เพื่อนำข้อมูลมาแปลความหมายให้เป็นประโยชน์ต่อตัวเด็ก

วัตถุประสงค์ในการสังเกตพฤติกรรมของครู
1.เพื่อใช้เป็นจุดเริ่มต้นของการวัดและการประเมินความสามารถของเด็ก
2.เพื่อค้นหาจุดเด่นของเด็กและต้องการส่งเสริมพัฒนาการให้ครบทุกด้าน
3.เพื่อนำข้อมูลมาวางแผนช่วยเหลือเด็กเป็นรายบุคคล
4.เพื่อใช้เป็นข้อมูลตรวจสอบความก้าวหน้าของเด็กอย่างต่อเนื่อง
5.เพื่อใช้เป็นข้อมูลศึกษาพัฒนาการด้านใดด้านหนึ่งอย่างละเอียด

ประโยชน์ของการประเมินด้วยการสังเกตพฤติกรรม
1.ช่วยให้สามารถสังเกตและบันทึกพฤติกรรมที่จะศึกษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม
2.ช่วยให้ศึกษาสังเขปปัญหาและปรับพฤติกรรมของเด็กให้สอดคล้องกับพฤติกรรมที่ต้องการ
3.ช่วยให้ทราบถึงพัฒนาการของเด็กว่ามีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่และมีการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด
4.ช่วยให้เด็กเห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมก่อนและหลังสถานการณ์ที่ได้เปลี่ยนแปลงไป


อาจารย์ได้เปิดให้ดูคลิปพฤติกรรมของเด็ก

การประเมิน
ประเมินอาจารย์: อาจารย์ตั้งใจสอและมีเกมมาให้เล่น
ประเมินเพื่อน: เพื่อนๆตั้งใจฟังอาจารย์สอน
ประเมินตนเอง: ตั้งใจฟังที่อาจารย์สอน